ราคาหุ้นกำหนดค่าคอมมิชชันของคุณ
ค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์บางแห่งผูกกับมูลค่าคำสั่ง บางแห่งผูกกับจำนวนหุ้น เมื่อคุณใช้เงินเท่ากันซื้อหุ้นราคาต่างกัน ต้นทุนค่าธรรมเนียมจึงไม่เท่ากัน หน้านี้จะอธิบายกลไกสองแบบนี้และผลกระทบต่อการเลือกหุ้น
เงินเท่ากัน หุ้นคนละราคา
ใช้เงินเท่ากันซื้อหุ้นราคาถูกกับหุ้นราคาแพง ค่าคอมไม่เท่ากัน และต่างกันมากกว่าที่คิด
| ราคาหุ้น | Dime! | Liberator | InnovestX | KS Global Invest |
|---|---|---|---|---|
| 5 USD | 4.28 $ | 2.85 $ | 34.24 $ | 8.56 $ |
| 10 USD | 3.21 $ | 2.14 $ | 17.12 $ | 5.34 $ |
| 20 USD | 3.21 $ | 2.14 $ | 8.56 $ | 8.56 $ |
| 50 USD | 3.21 $ | 2.14 $ | 5.34 $ | 5.34 $ |
| 300 USD | 3.21 $ | 2.14 $ | 5.34 $ | 5.34 $ |
สองรูปแบบค่าธรรมเนียมที่ตรงข้ามกัน
ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์คิดจากมูลค่าคำสั่งซื้อทั้งหมด ถ้าคุณซื้อหุ้นมูลค่า 1,000 ดอลลาร์ และอัตราคือ 0.5% คุณจ่าย 5 ดอลลาร์ ไม่ว่าหุ้นนั้นราคาเท่าไรหรือจำนวนกี่หุ้นก็ตาม ราคาหุ้นไม่มีผลโดยตรงต่อค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมแบบเซนต์ต่อหุ้นคิดจากจำนวนหุ้นที่ซื้อ ถ้าอัตราคือ 1 เซนต์ต่อหุ้น และคุณซื้อ 100 หุ้น คุณจ่าย 1 ดอลลาร์ แต่ถ้าหุ้นราคาแพง คุณจะซื้อได้น้อยหุ้นด้วยเงินเท่ากัน ทำให้ค่าธรรมเนียมลดลง
ดังนั้น ด้วยเงินลงทุนเท่ากัน ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์จะเท่ากันเสมอ แต่ค่าธรรมเนียมแบบเซนต์ต่อหุ้นจะแปรผกผันกับราคาหุ้น: หุ้นยิ่งแพง ยิ่งซื้อได้น้อยหุ้น ค่าธรรมเนียมยิ่งต่ำ
เมื่อค่าธรรมเนียมแบบเซนต์ต่อหุ้นลงโทษหุ้นราคาถูก
สมมติคุณมีเงิน 1,000 ดอลลาร์ และโบรกเกอร์คิดค่าธรรมเนียม 1 เซนต์ต่อหุ้น ถ้าคุณซื้อหุ้นราคา 10 ดอลลาร์ คุณได้ 100 หุ้น จ่ายค่าธรรมเนียม 1 ดอลลาร์ แต่ถ้าคุณซื้อหุ้นราคา 100 ดอลลาร์ คุณได้เพียง 10 หุ้น จ่ายค่าธรรมเนียม 0.10 ดอลลาร์
จะเห็นว่าหุ้นราคาถูกทำให้คุณจ่ายค่าธรรมเนียมสูงกว่ามากเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุน ในกรณีนี้ 1 ดอลลาร์จาก 1,000 ดอลลาร์คือ 0.1% แต่ 0.10 ดอลลาร์คือ 0.01% ความแตกต่างสิบเท่า
นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนที่ชอบซื้อหุ้นราคาถูกจำนวนมากต้องระวังโบรกเกอร์ที่คิดค่าธรรมเนียมแบบเซนต์ต่อหุ้น เพราะต้นทุนจะพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด
เมื่อค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์ไม่แคร์ราคาหุ้น
ในทางกลับกัน ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์ไม่สนใจว่าราคาหุ้นเท่าไร คุณจ่ายตามมูลค่ารวม ถ้าคุณซื้อหุ้นมูลค่า 1,000 ดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นราคา 10 ดอลลาร์ 100 หุ้น หรือหุ้นราคา 100 ดอลลาร์ 10 หุ้น ค่าธรรมเนียม 0.5% จะเท่ากันคือ 5 ดอลลาร์
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อหุ้นราคาแพง ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์อาจสูงกว่าแบบเซนต์ต่อหุ้น เพราะมูลค่ารวมเท่ากันแต่จำนวนหุ้นน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น ซื้อหุ้นราคา 100 ดอลลาร์ 10 หุ้น มูลค่า 1,000 ดอลลาร์ แบบเปอร์เซ็นต์ 0.5% = 5 ดอลลาร์ แบบเซนต์ต่อหุ้น 1 เซนต์ = 0.10 ดอลลาร์ ต่างกันมาก
ดังนั้น การเลือกโบรกเกอร์ต้องพิจารณาราคาหุ้นที่คุณสนใจ หากคุณซื้อหุ้นราคาแพง โบรกเกอร์แบบเซนต์ต่อหุ้นอาจถูกกว่า แต่ถ้าซื้อหุ้นราคาถูก แบบเปอร์เซ็นต์อาจถูกกว่า
ขั้นต่ำทำให้ภาพซับซ้อนขึ้น
ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเข้ามาตัดทอนความแตกต่างนี้สำหรับคำสั่งเล็ก เพราะไม่ว่าค่าธรรมเนียมที่คำนวณได้จะน้อยเพียงใด คุณต้องจ่ายขั้นต่ำเต็มจำนวน ตัวอย่างเช่น ถ้าขั้นต่ำคือ 5 ดอลลาร์ และคุณซื้อหุ้นมูลค่า 100 ดอลลาร์ ไม่ว่าจะคิดแบบเปอร์เซ็นต์หรือเซนต์ต่อหุ้น คุณก็จ่าย 5 ดอลลาร์
ดังนั้น สำหรับคำสั่งเล็ก ราคาหุ้นแทบไม่มีผลต่อค่าธรรมเนียมที่จ่ายจริง เพราะขั้นต่ำครอบงำอยู่ แต่เมื่อคำสั่งใหญ่พอที่จะเกินขั้นต่ำ ราคาหุ้นจึงกลับมามีบทบาทตามรูปแบบค่าธรรมเนียม
นี่คือเหตุผลที่ตารางสดของเราให้คุณปรับทั้งขนาดคำสั่งและราคาหุ้น เพื่อดูว่าจุดเปลี่ยนอยู่ตรงไหน
วิธีใช้ตารางสดเพื่อทดสอบผลของราคาหุ้น
ในตารางสดด้านบน คุณสามารถตั้งราคาหุ้นให้ต่ำหรือสูง แล้วดูว่าค่าธรรมเนียมของแต่ละโบรกเกอร์เปลี่ยนไปอย่างไร โดยเฉพาะโบรกเกอร์ที่คิดแบบเซนต์ต่อหุ้น คุณจะเห็นว่าค่าธรรมเนียมลดลงเมื่อราคาหุ้นสูงขึ้น และเพิ่มขึ้นเมื่อราคาหุ้นต่ำลง
ลองทดลองกับหุ้นที่คุณสนใจจริง เช่น ถ้าคุณสนใจหุ้นเทคโนโลยีราคาหลายร้อยดอลลาร์ เทียบกับหุ้นกลุ่มการเงินราคาไม่กี่สิบดอลลาร์ แล้วดูว่าอันดับโบรกเกอร์เปลี่ยนไปหรือไม่
การทดลองนี้จะช่วยให้คุณเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะกับพอร์ตการลงทุนของคุณ ไม่ใช่แค่ตามโฆษณาทั่วไป
บทสรุป: ราคาหุ้นคือตัวแปรที่คุณต้องรู้
ราคาหุ้นไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่คุณจ่ายเพื่อเป็นเจ้าของบริษัท แต่ยังเป็นตัวกำหนดค่าธรรมเนียมที่คุณจ่ายให้โบรกเกอร์ด้วย หากคุณเข้าใจว่าค่าธรรมเนียมของแต่ละโบรกเกอร์ตอบสนองต่อราคาหุ้นอย่างไร คุณจะสามารถเลือกโบรกเกอร์ที่ถูกที่สุดสำหรับพอร์ตของคุณได้
อย่าลืมว่าค่าธรรมเนียมขั้นต่ำอาจทำให้ประเด็นนี้ไม่สำคัญสำหรับคำสั่งเล็ก แต่เมื่อพอร์ตของคุณโตขึ้น ราคาหุ้นจะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดต้นทุน
สุดท้าย ตรวจสอบตารางค่าธรรมเนียมล่าสุดเสมอ เพราะโบรกเกอร์อาจปรับเปลี่ยนโครงสร้างค่าธรรมเนียมได้ตลอดเวลา
ข้อเท็จจริงสำคัญ
อ่านต่อ
คำถามเรื่องค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์กับแบบเซนต์ต่อหุ้นต่างกันอย่างไร?
แบบเปอร์เซ็นต์คิดจากมูลค่าคำสั่งทั้งหมด ไม่สนใจราคาหุ้นหรือจำนวนหุ้น แบบเซนต์ต่อหุ้นคิดจากจำนวนหุ้นที่ซื้อ ทำให้ราคาหุ้นมีผลโดยตรง: หุ้นยิ่งแพง ยิ่งซื้อได้น้อยหุ้น ค่าธรรมเนียมยิ่งต่ำ
ทำไมหุ้นราคาถูกถึงแพงกว่าสำหรับค่าธรรมเนียมแบบเซนต์ต่อหุ้น?
เพราะด้วยเงินลงทุนเท่ากัน คุณซื้อหุ้นราคาถูกได้จำนวนมากกว่า จำนวนหุ้นที่มากขึ้นทำให้ค่าธรรมเนียมรวมสูงขึ้น
ขั้นต่ำมีผลต่อเรื่องนี้อย่างไร?
สำหรับคำสั่งเล็กที่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าขั้นต่ำ คุณจ่ายขั้นต่ำเต็มจำนวนเสมอ ทำให้ราคาหุ้นไม่มีผล แต่เมื่อคำสั่งใหญ่พอ ราคาหุ้นจะกลับมามีบทบาท
ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าโบรกเกอร์ไหนเหมาะกับฉัน?
ใช้ตารางสดของเรา ปรับราคาหุ้นและขนาดคำสั่งให้ตรงกับที่คุณวางแผนจะซื้อ แล้วดูอันดับของโบรกเกอร์
ค่าธรรมเนียมแบบเซนต์ต่อหุ้นมีข้อดีอะไร?
สำหรับหุ้นราคาแพง ค่าธรรมเนียมแบบเซนต์ต่อหุ้นมักถูกกว่าแบบเปอร์เซ็นต์ เพราะจำนวนหุ้นน้อย
ดูตารางสดด้านบนอีกครั้ง
เลือกขนาดคำสั่งและราคาหุ้นที่คุณคิดจะซื้อ แล้วดูว่าอันดับเปลี่ยนไปอย่างไร ค่าธรรมเนียมที่คุณจ่ายจริงคือช่องที่สองจากขวา