หนึ่งคำสั่งซื้อที่เหมือนกัน ราคาต่างกันเท่าไร
ตารางค่าธรรมเนียมแต่ละแห่งเขียนไม่เหมือนกัน บางแห่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ บางแห่งคิดเป็นเซนต์ต่อหุ้น และบางแห่งมีขั้นต่ำครอบอยู่ วิธีเดียวที่จะเทียบได้คือกำหนดคำสั่งซื้อเดียวกันแล้วคำนวณทุกแบบออกมาเป็นตัวเลขเดียว ตารางสดด้านบนทำอย่างนั้นแล้ว และหน้านี้จะอธิบายว่าทำไมมันจึงสำคัญ
คำสั่งเดียวกัน ราคาต่างกัน
ตารางด้านล่างคิดจากคำสั่งซื้อเดียวกันทุกช่องทาง คอลัมน์สุดท้ายบอกว่าใครถูกที่สุดในคำสั่งขนาดนั้น
| ขนาดคำสั่ง | ถูกที่สุด | แพงที่สุด | ต่างกัน | ที่ถูกที่สุดคือ |
|---|---|---|---|---|
| 100 USD | 0.11 $ | 10.70 $ | 97.3 เท่า | Liberator |
| 200 USD | 0.21 $ | 10.70 $ | 51.0 เท่า | Liberator |
| 500 USD | 0.54 $ | 10.70 $ | 19.8 เท่า | Liberator |
| 1,000 USD | 1.07 $ | 10.70 $ | 10.0 เท่า | Liberator |
| 2,000 USD | 2.14 $ | 10.70 $ | 5.0 เท่า | Liberator |
| 5,000 USD | 4.28 $ | 10.70 $ | 2.5 เท่า | บัวหลวง Trade Master |
| 10,000 USD | 8.56 $ | 16.05 $ | 1.9 เท่า | InnovestX |
ทำไมรูปแบบที่ต่างกันจึงเทียบกันไม่ได้
เมื่อโบรกเกอร์หนึ่งประกาศค่าธรรมเนียมเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าคำสั่ง และอีกแห่งประกาศเป็นจำนวนเซนต์ต่อหุ้น คุณไม่สามารถนำตัวเลขสองตัวนั้นมาเทียบกันโดยตรงได้ เพราะมันตอบคำถามคนละข้อ ตัวแรกตอบว่าคุณจ่ายเท่าไรต่อเงินที่ใช้ ตัวที่สองตอบว่าคุณจ่ายเท่าไรต่อหุ้นที่ซื้อ
การเทียบโดยไม่แปลงหน่วยเหมือนการเทียบราคาน้ำมันต่อลิตรกับต่อแกลลอน คุณต้องแปลงให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อน ซึ่งในที่นี้หน่วยเดียวกันคือต้นทุนรวมของคำสั่งซื้อที่กำหนดไว้ชัดเจน
ความยุ่งยากเพิ่มขึ้นเมื่อมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะขั้นต่ำนั้นเป็นตัวเลขตายตัวไม่ขึ้นกับขนาดคำสั่ง แต่เมื่อคำสั่งเล็กพอ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายจริงจะเท่ากับขั้นต่ำเสมอ ไม่ว่าค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์หรือเซนต์ต่อหุ้นจะคำนวณได้เท่าไรก็ตาม นี่คือจุดที่ทำให้การเปรียบเทียบยิ่งซับซ้อน
ช่องว่างระหว่างถูกสุดกับแพงสุดคือตัวตัดสิน
ในตารางสดด้านบน มีคอลัมน์หนึ่งแสดงช่องว่างระหว่างค่าธรรมเนียมที่ถูกที่สุดและแพงที่สุดสำหรับคำสั่งซื้อนั้น ช่องนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่โบรกเกอร์ประกาศ แต่เป็นผลลัพธ์ของการคำนวณของเรา และมันคือสิ่งที่คุณควรดูเป็นอันดับแรก
เพราะมันบอกคุณว่าการเลือกโบรกเกอร์ผิดจะทำให้คุณจ่ายเพิ่มเท่าไรในคำสั่งเดียว และเมื่อคุณคูณด้วยจำนวนครั้งที่คุณเทรดในหนึ่งปี ตัวเลขนั้นจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ ช่องว่างนี้จึงเป็นมาตรวัดความสำคัญของการเปรียบเทียบ
ช่องว่างนี้ยังเปลี่ยนแปลงไปตามขนาดคำสั่ง สำหรับคำสั่งเล็กมาก ช่องว่างอาจกว้างมากเพราะค่าธรรมเนียมขั้นต่ำของแต่ละแห่งต่างกันมาก แต่เมื่อคำสั่งใหญ่ขึ้น ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์เริ่มมีบทบาท และช่องว่างอาจแคบลงหรือกว้างขึ้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างค่าธรรมเนียมของแต่ละโบรกเกอร์
ทำไมชื่อที่ถูกที่สุดจึงเปลี่ยนไป
ไม่มีโบรกเกอร์ไหนถูกที่สุดสำหรับทุกขนาดคำสั่ง โบรกเกอร์ที่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่ำอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคำสั่งเล็ก ๆ แต่เมื่อคำสั่งใหญ่ขึ้น ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์ที่สูงอาจทำให้มันแพงกว่าโบรกเกอร์อื่น
ในทางกลับกัน โบรกเกอร์ที่คิดค่าธรรมเนียมแบบเซนต์ต่อหุ้นอาจถูกมากสำหรับหุ้นราคาถูก แต่จะแพงขึ้นทันทีเมื่อหุ้นราคาแพง เพราะจำนวนเซนต์ต่อหุ้นคูณด้วยราคาหุ้นที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงอันดับนี้คือเหตุผลที่คุณไม่ควรจำชื่อโบรกเกอร์ที่ถูกที่สุดจากตารางเดียว แต่ควรทดลองเปลี่ยนขนาดคำสั่งและราคาหุ้นในตารางสดด้านบน เพื่อดูว่าอันดับเปลี่ยนไปอย่างไรสำหรับสถานการณ์ของคุณเอง
ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำกำหนดเกมสำหรับคำสั่งเล็ก
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่เริ่มต้นด้วยคำสั่งซื้อขนาดเล็ก ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำคือตัวเลขที่สำคัญที่สุด เพราะคำสั่งเล็กมักไม่ถึงจุดที่ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์จะสูงกว่าขั้นต่ำ ทำให้คุณจ่ายขั้นต่ำเต็มจำนวนเสมอ
ขั้นต่ำนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้โบรกเกอร์มีรายได้ขั้นต่ำต่อธุรกรรม แต่มันก็ทำให้ต้นทุนสัมพัทธ์ของคุณสูงมากเมื่อเทียบกับขนาดคำสั่ง นี่คือกับดักที่นักลงทุนรายย่อยต้องระวัง
ไม่มีตารางค่าธรรมเนียมใดประกาศจุดคุ้มทุนที่ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์จะสูงกว่าขั้นต่ำ เพราะจุดนั้นขึ้นอยู่กับราคาหุ้นและจำนวนหุ้นที่คุณซื้อ คุณต้องคำนวณเองหรือใช้ตารางสดของเราที่ทำการคำนวณให้แล้ว
วิธีใช้ตารางสดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ตารางสดด้านบนมีตัวเลือกให้คุณปรับขนาดคำสั่งและราคาหุ้นได้ ใช้ตัวเลือกนี้เพื่อจำลองคำสั่งที่คุณคิดจะทำจริง เช่น ถ้าคุณวางแผนจะซื้อหุ้นราคาไม่กี่ดอลลาร์จำนวนหลายร้อยหุ้น ให้ตั้งค่าตามนั้นแล้วดูผลลัพธ์
จากนั้นลองเปลี่ยนราคาหุ้นให้สูงขึ้นหรือต่ำลงเพื่อดูว่าอันดับเปลี่ยนไปอย่างไร คุณจะเห็นว่าค่าธรรมเนียมแบบเซนต์ต่อหุ้นตอบสนองต่อราคาหุ้นอย่างไร และค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์ตอบสนองต่อมูลค่ารวมอย่างไร
การทดลองแบบนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมของแต่ละโบรกเกอร์โดยไม่ต้องอ่านตารางค่าธรรมเนียมต้นฉบับที่ซับซ้อน และคุณจะเห็นด้วยตาตัวเองว่าทำไมไม่มีโบรกเกอร์ไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน
ข้อควรระวังเมื่อใช้ข้อมูลนี้
ตารางสดคำนวณจากค่าธรรมเนียมที่ประกาศ ณ วันที่อ่าน และอาจไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนหุ้นหรือค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ซึ่งอยู่นอกขอบเขตของการเปรียบเทียบนี้
นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้แปลงเงินบาทเป็นดอลลาร์ไม่ถูกเปิดเผยโดยโบรกเกอร์ใด เราจึงไม่รวมต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยนในการคำนวณ และคุณควรสอบถามโบรกเกอร์โดยตรงหากต้องการทราบอัตราที่แน่นอน
สุดท้าย ค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรตรวจสอบตารางค่าธรรมเนียมล่าสุดของโบรกเกอร์ก่อนตัดสินใจเสมอ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
อ่านต่อ
คำถามเรื่องค่าธรรมเนียม
ทำไมต้องคำนวณเป็นคำสั่งเดียวกัน?
เพราะตารางค่าธรรมเนียมแต่ละแห่งใช้หน่วยต่างกัน บางแห่งเป็นเปอร์เซ็นต์ บางแห่งเป็นเซนต์ต่อหุ้น และมีขั้นต่ำครอบอยู่ การคำนวณเป็นคำสั่งเดียวกันทำให้เห็นต้นทุนรวมที่เทียบกันได้โดยตรง
ทำไมอันดับโบรกเกอร์ที่ถูกที่สุดจึงเปลี่ยนไป?
เพราะโครงสร้างค่าธรรมเนียมต่างกัน โบรกเกอร์ที่มีขั้นต่ำต่ำอาจถูกสำหรับคำสั่งเล็ก แต่แพงเมื่อคำสั่งใหญ่เพราะคิดเปอร์เซ็นต์สูง ในขณะที่แบบเซนต์ต่อหุ้นถูกสำหรับหุ้นราคาถูก แต่แพงเมื่อหุ้นราคาแพง
ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำคืออะไร?
คือจำนวนเงินต่ำสุดที่โบรกเกอร์เรียกเก็บต่อคำสั่ง ไม่ว่าค่าธรรมเนียมที่คำนวณได้จะน้อยกว่านั้นก็ตาม สำหรับคำสั่งเล็ก ค่าธรรมเนียมที่จ่ายจริงจะเท่ากับขั้นต่ำเสมอ
ตารางสดคำนวณค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?
คำนวณค่าคอมมิชชันตามที่โบรกเกอร์ประกาศ รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าธรรมเนียมกำกับดูแลของสหรัฐฯ สำหรับการขาย ไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนหุ้นหรืออัตราแลกเปลี่ยน
ฉันควรใช้ตารางนี้อย่างไร?
ปรับขนาดคำสั่งและราคาหุ้นให้ตรงกับแผนการลงทุนของคุณ แล้วดูช่องว่างระหว่างถูกสุดกับแพงสุด และอันดับของโบรกเกอร์ จากนั้นทดลองเปลี่ยนตัวแปรเพื่อดูความอ่อนไหว
ดูตารางสดด้านบนอีกครั้ง
เลือกขนาดคำสั่งและราคาหุ้นที่คุณคิดจะซื้อ แล้วดูว่าอันดับเปลี่ยนไปอย่างไร ค่าธรรมเนียมที่คุณจ่ายจริงคือช่องที่สองจากขวา