ค่าคอมมิชชันขั้นต่ำ: ตัวเลขที่คุณจ่ายจริง
โบรกเกอร์ทุกแห่งประกาศค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ แต่ไม่มีใครอธิบายว่ามันทำงานอย่างไร หน้านี้จะบอกคุณว่าขั้นต่ำคืออะไร ทำไมมันถึงมีอยู่ และทำไมสำหรับคำสั่งเล็ก ๆ มันคือค่าธรรมเนียมทั้งหมดของคุณ ไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่ง
ขั้นต่ำคืออะไรและทำไมต้องมี
ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำคือจำนวนเงินต่ำสุดที่โบรกเกอร์เรียกเก็บต่อคำสั่งซื้อขายหนึ่งครั้ง ไม่ว่าค่าธรรมเนียมที่คำนวณจากเปอร์เซ็นต์หรือเซนต์ต่อหุ้นจะออกมาน้อยกว่านั้นก็ตาม ตัวอย่างเช่น ถ้าขั้นต่ำคือห้าดอลลาร์ และค่าธรรมเนียมที่คำนวณได้คือสองดอลลาร์ คุณต้องจ่ายห้าดอลลาร์
โบรกเกอร์กำหนดขั้นต่ำเพื่อให้แน่ใจว่าทุกธุรกรรมสร้างรายได้เพียงพอต่อต้นทุนการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลคำสั่ง การชำระราคา หรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยเฉพาะคำสั่งเล็ก ๆ ที่ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์จะให้รายได้น้อยมาก
ขั้นต่ำยังเป็นเครื่องมือในการคัดกรองลูกค้า โบรกเกอร์ที่เน้นนักลงทุนรายย่อยอาจตั้งขั้นต่ำต่ำเพื่อดึงดูดธุรกรรมจำนวนมาก ในขณะที่โบรกเกอร์ที่เน้นลูกค้ารายใหญ่ตั้งขั้นต่ำสูงเพราะไม่ต้องการธุรกรรมขนาดเล็ก
เมื่อขั้นต่ำกลายเป็นค่าธรรมเนียมทั้งหมด
สำหรับคำสั่งซื้อที่มีขนาดเล็กพอ ค่าธรรมเนียมที่คำนวณจากเปอร์เซ็นต์จะน้อยกว่าขั้นต่ำเสมอ ทำให้คุณจ่ายขั้นต่ำเต็มจำนวนทุกครั้ง จุดที่ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์เริ่มสูงกว่าขั้นต่ำเรียกว่าจุดคุ้มทุน ซึ่งไม่มีโบรกเกอร์ใดประกาศไว้
จุดคุ้มทุนนี้ขึ้นอยู่กับสองปัจจัย: อัตราค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์และราคาหุ้นที่คุณซื้อ ถ้าอัตราคือ 0.5% และขั้นต่ำคือ 5 ดอลลาร์ คุณต้องซื้อหุ้นมูลค่ารวม 1,000 ดอลลาร์ขึ้นไปจึงจะจ่ายเกินขั้นต่ำ แต่ถ้าหุ้นราคาถูก คุณต้องซื้อจำนวนมากเพื่อให้ถึงมูลค่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อหุ้นครั้งละไม่กี่ร้อยดอลลาร์ ขั้นต่ำคือต้นทุนหลัก และเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของคำสั่ง มันอาจสูงถึงหลายเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่าอัตราที่โบรกเกอร์โฆษณาไว้มาก
ทำไมขั้นต่ำถึงไม่เท่ากันทุกแห่ง
โบรกเกอร์แต่ละแห่งกำหนดขั้นต่ำต่างกันตามกลยุทธ์ธุรกิจ โบรกเกอร์ที่เน้นนักลงทุนรายย่อยมักตั้งขั้นต่ำต่ำเพื่อแข่งขัน ในขณะที่โบรกเกอร์ที่เน้นลูกค้าสถาบันหรือลูกค้ารายใหญ่ตั้งขั้นต่ำสูงเพราะไม่ต้องการคำสั่งเล็ก
ความแตกต่างของขั้นต่ำนี้มีผลอย่างมากต่อนักลงทุนรายย่อย เพราะคำสั่งเล็ก ๆ จะถูกคิดค่าธรรมเนียมตามขั้นต่ำเป็นหลัก และช่องว่างระหว่างขั้นต่ำของแต่ละโบรกเกอร์อาจกว้างมาก
ในการเปรียบเทียบของเรา เราพบว่าขั้นต่ำของแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และสำหรับคำสั่งเล็กที่สุดที่เราทดสอบ ความแตกต่างของต้นทุนรวมอาจมากถึงหลายเท่า
ขั้นต่ำกับคำสั่งขนาดกลางและใหญ่
เมื่อคำสั่งของคุณใหญ่พอที่ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์จะสูงกว่าขั้นต่ำ ขั้นต่ำจะไม่มีผลอีกต่อไป และคุณจ่ายตามเปอร์เซ็นต์เต็มจำนวน จุดนี้คือจุดคุ้มทุนที่กล่าวถึงข้างต้น
สำหรับคำสั่งขนาดกลางและใหญ่ ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์หรือเซนต์ต่อหุ้นจะเป็นตัวกำหนดต้นทุน และขั้นต่ำจะกลายเป็นเพียงตัวเลขที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่คุณต้องระวังว่าโบรกเกอร์บางแห่งอาจมีขั้นต่ำที่สูงมากจนแม้แต่คำสั่งขนาดกลางก็ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ คุณควรประมาณขนาดคำสั่งโดยทั่วไปของคุณ และตรวจสอบว่าคำสั่งของคุณจะอยู่เหนือหรือใต้จุดคุ้มทุนของแต่ละโบรกเกอร์
วิธีคิดต้นทุนที่แท้จริงของคำสั่งเล็ก
เมื่อคุณซื้อหุ้นด้วยคำสั่งเล็ก ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำที่จ่ายไปจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนของคุณสูงมาก ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อหุ้นมูลค่า 100 ดอลลาร์ และจ่ายขั้นต่ำ 5 ดอลลาร์ นั่นคือ 5% ของเงินลงทุน ซึ่งสูงกว่าอัตราที่โบรกเกอร์โฆษณาไว้มาก
นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนรายย่อยควรระวังการซื้อขายบ่อยครั้งด้วยคำสั่งเล็ก เพราะต้นทุนค่าธรรมเนียมจะกัดกร่อนผลตอบแทนอย่างรวดเร็ว การรวมคำสั่งซื้อให้ใหญ่ขึ้นหรือเลือกโบรกเกอร์ที่มีขั้นต่ำต่ำจึงเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดต้นทุนได้
นอกจากนี้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะถูกบวกเพิ่มจากขั้นต่ำ ทำให้ต้นทุนจริงสูงขึ้นอีกเล็กน้อย และถ้ามีค่าธรรมเนียมกำกับดูแลของสหรัฐฯ ในการขาย ก็จะถูกบวกเพิ่มด้วย
สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเปิดบัญชี
ก่อนเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ใด ควรตรวจสอบตารางค่าธรรมเนียมล่าสุด โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ และคำนวณว่าสำหรับขนาดคำสั่งที่คุณวางแผนจะใช้ ค่าธรรมเนียมรวมจะเป็นเท่าไร
อย่าหลงเชื่อโฆษณาที่บอกว่าค่าธรรมเนียมต่ำเป็นเปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าคุณซื้อขายด้วยคำสั่งเล็ก ขั้นต่ำอาจเป็นตัวกำหนดต้นทุนจริงของคุณ และคุณอาจจ่ายแพงกว่าโบรกเกอร์ที่โฆษณาเปอร์เซ็นต์สูงกว่าแต่มีขั้นต่ำต่ำกว่า
ใช้ตารางสดของเราเพื่อเปรียบเทียบขั้นต่ำของแต่ละโบรกเกอร์โดยปรับขนาดคำสั่งให้เล็กที่สุด แล้วดูว่าอันดับเปลี่ยนไปอย่างไร
ข้อเท็จจริงสำคัญ
อ่านต่อ
คำถามเรื่องค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำคืออะไร?
คือจำนวนเงินต่ำสุดที่โบรกเกอร์เรียกเก็บต่อคำสั่ง ไม่ว่าค่าธรรมเนียมที่คำนวณได้จะน้อยกว่านั้นก็ตาม สำหรับคำสั่งเล็ก คุณจะจ่ายขั้นต่ำเต็มจำนวนเสมอ
ทำไมโบรกเกอร์ถึงกำหนดขั้นต่ำ?
เพื่อให้แน่ใจว่าทุกธุรกรรมสร้างรายได้เพียงพอต่อต้นทุนการดำเนินการ และเพื่อคัดกรองลูกค้าที่ทำธุรกรรมขนาดเล็กเกินไป
จุดคุ้มทุนคืออะไร?
คือขนาดคำสั่งที่ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์เริ่มสูงกว่าขั้นต่ำ เมื่อเกินจุดนี้ ขั้นต่ำจะไม่มีผล และคุณจ่ายตามเปอร์เซ็นต์เต็มจำนวน ไม่มีโบรกเกอร์ใดประกาศจุดนี้ไว้
ทำไมขั้นต่ำถึงสำคัญสำหรับนักลงทุนรายย่อย?
เพราะนักลงทุนรายย่อยมักซื้อขายด้วยคำสั่งเล็ก ซึ่งค่าธรรมเนียมที่จ่ายจะเท่ากับขั้นต่ำ และเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุน จะสูงกว่าอัตราที่โฆษณาไว้มาก
ฉันจะลดผลกระทบจากขั้นต่ำได้อย่างไร?
รวมคำสั่งซื้อให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เกินจุดคุ้มทุน หรือเลือกโบรกเกอร์ที่มีขั้นต่ำต่ำ และหลีกเลี่ยงการซื้อขายบ่อยครั้งด้วยคำสั่งเล็ก
ดูตารางสดด้านบนอีกครั้ง
เลือกขนาดคำสั่งและราคาหุ้นที่คุณคิดจะซื้อ แล้วดูว่าอันดับเปลี่ยนไปอย่างไร ค่าธรรมเนียมที่คุณจ่ายจริงคือช่องที่สองจากขวา